skip to Main Content

ฆ่าช้างเพื่อเอางาในประเทศไทย !

buriedbonesฆ่าช้างเพื่อเอางาในประเทศไทย ! ซากช้างถูกฆ่าในบ้านตัวเอง อีกกี่ครั้งถึงจะมีการแก้ไขที่ ” ต้นเหตุ ” ??เราขอถามแทนสัตว์ที่ถูกกระทำในผืนป่า ในบ้านของตัวเอง อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี สัตว์ในผืยป่าถึงจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริงเสียที ? นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตราบใดที่เรายังมองไม่เห็นความชัดเจนในการป้องปราม เราจะต้องพบกับเรื่องปลายเหตุแบบนี้ต่อไป ??

จากกรณีล่าสุด ที่น่าสะเทือนใจกับการสูญเสียมรดกของประเทศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ และนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ตรวพบซากช้างป่า ? ที่เจอตัดงาไปแล้ว ? ที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว คาดว่าถูกพรานฆ่าและทิ้งซากศพไว้บริเวณดินโป่งแหล่งอาหารของสัตว์ป่า โดยอยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าซำบอน อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ประมาณ 1 ก.ม. ? พบซากช้างอยู่ในสภาพเน่าสลายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ ?

ที่สำคัญ บริเวณส่วนกะโหลกช้างพบร่องรอยการใช้ของมีคมตัดเอางาที่อยู่เหนือฟันกรามทั้ง 2 ข้างไป แต่ไม่พบอาวุธหรือร่องรอยหัวกระสุน คาดว่านายพรานน่าจะดักรอซุ่มยิงช้างขณะมาหากินดินโป่ง และคาดว่าน่าจะตายมาไม่ต่ำกว่า 2 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมซากและนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่ทำการอุทยานฯ พร้อมทำบันทึกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว เพื่อติดตามหาผู้กระทำผิดในภายหลัง.

นี่คือการตั้งคำถาม อุทยานแห่งชาติของประเทศไทย ที่แม้แต่คนทั่วไปเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปยังผิดกฎ แต่กลุ่มพรานแบกปืนพร้อมอุปกรณ์สนามเข้าป่าได้ ? และแถมออกมาได้ (พร้อมงาเปื้อนเลือด ) อย่างลอยนวล ทิ้งไว้เพียงซากที่ฝังกลบ จนกว่าจะพบก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน? นี่เฉพาะที่ค้นพบและเป็นข่าว ที่ผ่านมามีสัตว์อีกจำนวนมากที่ไม่เป็นข่าวที่ถูกลักลอบฆ่า-ล่าออกอย่างไม่หยุด แม้จะสุดท้ายจะเจอจับขณะทำการค้า ? บ้าง ?

ขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ซากช้างป่าดังกล่าวเกิดการย่อยสลายนานพอสมควรแล้ว จึงเชื่อว่าเกิดจากการไล่ล่าของพรานก่อนหน้านี้ที่เคยเข้าไปล่ากระทิงและช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โดยขณะนี้กรมอุทยานฯ กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อวางแผนลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้หาข่าวในพื้นที่ว่าเป็นการกระทำของขบวนการใด ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของพรานที่ทำเป็นขบวนการ

นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ประสิทธิภาพในการ ? ป้องปราม ?ผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าอยู่ที่ไหน? และตราบใดที่กฎหมายการควบคุมการค้า งา ? ซากสัตว์ ยังไม่ถุกแก้ไข ให้เข้มข้นจริงๆ เรายังเห็นการค้างาแปรรุปได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งที่นั่น คือ ? ความต้องการอันสำคัญที่เอื้อให้เกิดใบสั่งฆ่าและทารุณกรรม ? แต่ไร้ข้อห้ามที่ชัดเจน รวมทั้งที่ผ่านมา งานสืบสวน และการบังคับใช้ยังมี ? ลูกกเกรงใจ หรือ เอื้อประโยชน์ ? ซากสัตว์ป่าและ สัตว์เป็นๆ เหล่านั้นตกมาอยู่ในมือของพ่อค้าที่หวังค้ากำไรมาอย่างไม่มีวันหยุด สัตว์ป่าในธรรมชาติที่ผ่านมามีแต่ลด ส่วนสัตว์ป่าที่ถุกเพาะเลี้ยงเอง ก็ถุกหาประโยชน์และริดรอนสวัสดิภาพอันเป็นการทารุณกรรม และไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนในการควบคุมหรือเอาผิด

อำนาจที่อยู่ในมือหน่วยงานถึงเวลาต้องทบทวน ระเบียบการเข้าอุทยานมันมีช่องโหว่? หรือ ประเทศเรามีช่องโหว่ที่เอื้อให้พรานเดินท่องเข้าไปเงียบๆมากเกินไป? หรือเรามีหน่วยงานพิทักษ์ป่าไม่เพียงพอ? ( แต่มักจะถุกเกณฑ์นำออกจากป่ามาทำงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ หรือ ? ตรงข้ามกับหน้าที่ ? ก็หลายที? ) หรือการไม่มีกฎหมายชัดเจนในการควบคุมสวัสดิภาพสัตว์ป่าใน ป่าเลี้ยงดูของมนุษย์ นี่ เป็นความบกพร่องของใคร? การประชุมไซเตสในปี 2013 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เราคิดว่า หลายๆประเทศ ? คงต้องการคำตอบแทนสัตว์เหมือนเรา ?

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand
( ภาพต้นฉบับ และเนื้อข่าว จาก ข่าวสดออนไลน์ )
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU16WTNNREV5TWc9PQ%3D%3D&subcatid

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back To Top