Dec 242013
 

เมื่อสัตว์ป่าสงวนถูกทำร้ายจนตาย เราต้องการผู้รับผิดชอบ!

serow

เมื่อมนุษย์รุกรานพื้นที่จนสัตว์ป่าได้รับผลกระทบ และเมื่อ “เลียงผาซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ใกล้สูญพันธุ์” 1 ใน 15ชนิดของไทย ถูกกลุ่มคนบางกลุ่มไล่ต้อนและทำร้ายทำตุบตีจนตายอย่างทารุณ!รวมทั้งผู้คนก็ ยืนดูไม่มีใครช่วยเหลือ ? นี่หรือคือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่เรียกตัวเองว่าเป็นเมืองพุทธ?? และซึ่งไม่ว่าจะด้วยเ้หตุผลอันใดก็ตาม การกระทำนี้ผิดกฎหมาย พรบ คุ้มครองสัตว์ป่าอย่างชัดเจน!!

จากการเผยแพร่ คลิปที่สร้างความตกใจและหดหู่ ของคนงานโรงปูนแห่งหนึ่งทุบตีเลียงผาที่สระบุรี เผยแพร่ในสื่อ facebook โดยผู้ใช้ สมเกียรติ เขียวน้อย เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ซึ่งหลายความเห็นแจ้งว่าสถาณที่เป็นโรงปูนแห่งหนึ่งย่านสระบุรี คนงานได้ไล่และทุบตีเลียงผาอย่างไร้ความปราณีหลายครั้งอย่างจงใจ ทั้งที่ขา ที่หลัง และตีซ้ำที่ศีรษะหลายครั้งจนเลียงผาแน่นิ่งไป คาดว่าเสียชีวิต…. ทั้งที่เลียงผาเองซึ่งสัตว์ป่ากีบที่เปราะบาง ตกใจง่าย ไม่ใช่สัตว์ดุร้าย?การกระหน่ำตีไม่หยุดในแต่ละจุด ถ้าไม่ตายทันที แต่ถ้าขาหัก ฟันหัก สมองบวม ยังไงก็นำไปสู่ความตายของสัตวืประเภทนี้.. .. อะไรที่ทำให้จิตใจคนกลุ่มนี้ทำได้ขนาดนี้? ” ที่สำคัญ นี่เป็นยังการกระทำโดยไม่สนใจแม้กระทั่งกฎหมายที่คุ้มครองชีวิตของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์? ”

และ ณ ปัจจุบัน ชะตากรรมของสัตว์ป่าสงวนอย่างเลียงผา อยู่ในสภาวะวิกฤต นอกจากการล่าแล้วการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยและการบุกรุกป่าเพื่อเปลี่ยนเป็น พื้นที่เกษตร ทำให้หลายพื้นที่ในปัจจุบันเลียงผาถูกไล่ต้อนให้อยู่ตามภูเขาสูงโดยเฉพาะ ภูเขาหินปูน นอกจากนี้การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยบริเวณชายเขาหินปูนที่เลียงผามักจะลงมาหา น้ำและอาหารในที่ต่ำทำให้พื้นที่หากินลดลงและถูกล่าได้ง่ายขึ้น เลียงผาจึงลดจำนวนประชากรลงอย่างมาก จนแทบสูญพันธุ์ ” นอกจากนี้การระเบิดภูเขาสัมปทานเพื่อการผลิตปูนซีเมนต์และเพื่อการผลิตหิน คลุก เป็นการทำลายถิ่นที่อยู่ที่ปลอดภัยของเลียงผาโดยตรงและถาวร” จึงทำให้หลายๆครั้ง เลียงผาได้หลุดหลงเข้ามาในพื้นที่ของมนุษย์แต่เป็นที่อยู่เดิมของมัน และหลายครั้งๆก็ต้องจบลงด้วยการล่า หรือทำร้าย เหมือนเช่นครั้งนี้

แต่ครั้งนี้ มีการบันทึกหลักฐานชัดเจน ซึ่งหลักฐานต่างๆที่ปรากฎบนคลิปนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถาณที่, เครื่องแต่งกาย และมีโรงปูนไม่กี่ทีในเขตจังหวัดสระบุรี ที่ใกล้กับถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าอย่างเลียงผา “ซึ่งคงจะนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้ไม่ยากถ้ามีการลงมือทำ” เพราะนี่เป็นการทารุณกรรมและการจงใจฆ่าสัตว์ป่าสงวน? ” การทำร้ายสัตว์ป่าแบบนี้ผิดกฎหมายเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้ ”

เรากลุ่มสิทธิสัตว์ AAA ,นักอนุรักษ์,คนรักสัตว์ ขอเรียกร้องแทนสัตว์ป่า ขอให้ ท่านผู้ว่าจังหวัดสระบุรี,กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช,กองบังคับการปราบ ปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ได้เร่งติดตามจับกุมผู้กระทำผิดในครั้งนี้มาดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาโดย เร็วที่สุด และขอให้สื่อมวลชนได้โปรดติดตามและเปิดเผยแหล่งกระทำทารุณต่อสัตว์ป่านี้ สุดท้ายเราต้องการให้มีการออกมายอมรับผิดชอบขององค์กรของผู้กระทำผิดในทุก กรณี

สำหรับการตายของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ตัวนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

คลิปต้นฉบับ https://www.facebook.com/photo.php?v=561586840595860&set=vb.100002336467149&type=2&theater

ปล. ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.01/24/12/2013? ทางกลุ่มอนุรักษ์ ชมรมฅนรักสัตว์-ป่าโดยนำคุณ หมู สาริกา ได้แจ้งมาว่า เมื่่อ สัก 5 นาที่ที่ผ่านมา ทางTPI ยอมรับว่าเป็นพนักงานของเค้าจริง และเวลา 16.00 น.วันนี้ทางรองอธิบดีกรมอุทยานฯ(รองฯธีรภัทร์ )จะเดินไปถึงโรงปูนTPIแน่นอนและ สำนักอนุรักษ์พื้นที่สระบุรี(สาขา2) ได้ดำเนินการแจ้งความตำรวจในเบื้องต้นไว้แล้วครับ? ทั้งนี้ ทางคุณหมู ยังนำเรียนผู้ว่าฯสระบุรี และนายอำเภอพระพุทธบาทเรียบร้อย? เราขอขอบคุณกลุ่ม ชมรมฅนรักสัตว์-ป่า มา ณ ที่นี้..

zmoo

 

 Posted by at 9:49 am
Sep 012013
 

” หรือสัตว์ป่าผู้ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด ”
จะต้องถูกพรากจากป่ามาเป็นเครื่องบรรณาการ?
Endangered wildlife, not our gift but our treasure ( TH/EN)
zagolllll

*หากว่าวันหนึ่ง เราตื่นขึ้นมาแล้วพบข้อความนี้ในหนังสือพิมพ์ :

? ~ ตลอด เวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอังกฤษเสมอ และเพื่อเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวไทยสู่สายตาประชาชนชาวอังกฤษ และแสดงความสนิทสนมกลมเกลียวกับประเทศตะวันตก หน่วยงานอนุรักษ์ธรรมชาติภาครัฐ จึงตัดสินใจที่จะฆ่าแม่ช้างป่าเพื่อนำตัวลูกช้างป่ามาฝึก ก่อนที่จะส่ งมอบให้กับนายกรัฐมนตรีอังกฤษเพื่อเป็นทูตสันถวไมตรี เช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมานานนับทศวรรษ ทางกระทรวงฯ จึงมีโครงการที่จะล่าลูกเสือ 2 ตัวจากอุทยานแห่งชาติ เพื่อส่งมอบให้กับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความซาบซึ้งในมิตรภาพระหว่างไทย-ออสเตรเลีย แล้ว ยังเป็นการช่วยผลักดันการท่องเที่ยวไทยอีกด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียหวังเป็นอย่างสูงว่า ลูกเสือจากป่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนสัตว์ทารองก้า ในซิดนีย์ได้เป็นอย่างมาก……. ~ ?

ไม่ว่าจะในฐานะประชาชน นักอนุรักษ์ หรือคนรักสัตว์ชาวไทย คงจะต้องตกตะลึงกับเนื้อข่าวข้างบนนี้เป็นแน่แท้ และแน่นอนว่าคงตามมาด้วยความโกรธเคือง สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และเป็นสัญลักษ์ของประเทศถึง 2 ชนิด…ช้างและเสือ! จะถูกล่าออกจากป่าเพื่อส่งไปหาผลประโยชน์เชิงพานิชย์ในต่างประเทศ ? คงจะเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนชาวไทยจะยอมรับ เราคงจะต้องประท้วงหรือแสดงความเห็นเพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน อาจจะมีบางคนคิดกระทั่งว่ามันเป็นการดูหมิ่นและเสื่อมเสียเกียรติประเทศชาติ อย่างสูงด้วยซ้ำ

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะกล้าขอร้องประเทศอื่นให้ทำแบบเดียวกันนี้เพื่อเราหรือเปล่า ? คำตอบคงจะเป็นไม่อย่างแน่นอน

แต่…ดูเหมือนว่ารัฐบาลของเราได้ทำลงไปแล้ว! ไม่นานมานี้ ผู้นำรัฐบาลของไทยเรา พึ่งจะเดินทางไปเยือนประเทศอูกันดา ทวีปแอฟริกา ประเทศบ้านเกิดของกอริลล่าภูเขา (หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ?คิงคอง?) ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะ ผู้เหลืออยู่น้อยใกล้จะสูญพันธุ์เต็มที สำหรับชาวอูกันดาแล้ว
กอริลล่าภูเขาเป็นสัตว์อันน่าเกรงขาม น่าภาคภูมิใจ และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศชาติ ไม่ต่างกับช้างของบ้านเรา และที่สำคัญในประเทศของพวกเขา ไม่มีการจับกอริลลามาแสดงในสวนสัตว์ หรือนำมาขังเพื่อเพาะพันธุ์เพื่อประโยชน์ทางการค้า

งานอนุรักษ์และการชมกอริลลาสำหรับชาวอูกันดาและนักอนุรักษ์ทั่วโลก หมายถึงการเดินทางเข้าป่าอุทยาน เพื่อเรียนรู้ชีวิตจริงๆของพวกกอริลลา และเพื่อศึกษาวิจัยให้พวกมันอยู่รอดในธรรมชาติที่แท้จริง

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังคงร้องขอให้อูกันดา มอบกอริลลาให้กับไทย 2 ตัว? ซึ่งนั่นหมายความว่า เรากำลังร้องขอให้พวกเขาล่ากอริลลาภูเขา ?สัตว์ประจำชาติ? ของพวกเขาจากป่ามาให้กับกรงสัตว์ในบ้านเรา?!
( http://www.nationmultimedia.com/national/Ugandan-gorillas-set-for-life-in-Chiang-Mai-Zoo-30213145.html )

การล่าสัตว์ป่ามาใช้ชีวิตที่เหลือในกรงแคบๆในสวนสัตว์ นอกจากจะเป็นเรื่องที่ผิด และถือเป็นอาชญากรรมในเชิงอนุรักษ์แล้ว การนำลิงกอริลลาออกมาจากป่าและย้ายถิ่นเช่นนี้ ยังส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อตัวลิงเองด้วย ก่อนหน้านี้เคยมีการส่งกอริลลาภูเขาออกจากอูกันดาเพียง 2 ตัวเท่านั้น และทั้ง 2 ตัวก็ตรอมใจตายเพราะความเครียดภายในเวลาไม่กี่เดือน ในสวนสัตว์โคโลญ ประเทศเยอรมัน ทำให้เห็นว่าสายพันธุ์แท้จากป่านี้ไม่สามารถดำรงอยู่ในกรงเลี้ยงได้ จึงทำให้เค้าเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษมากขึ้นไปอีก ” และหลังจากนั้นก็ไม่มีการส่งกอลิล่าภูเขาของอูกันดาไปสวนสัตวใดใดอีก”
( http://ngm.nationalgeographic.com/2008/07/archive/fossey-gorillas-1970/dian-fossey-text/4 )

นอกจากนี้ การค้าขายหรือแลกเปลี่ยนกอริลลา ( Appendix I ) ยังถือเป็นเรื่องต้องห้าม ตามสนธิสัญญา CITES โดย CITES ไม่เห็นด้วยกับการใช้สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ ในการทำหน้าที่ ? ทูตสันถวไมตรี ? ไม่ว่าจะในกรณีใดๆ
ยิ่งโดยเฉพาะ กอลิล่าภูเขา ( Mountain gorilla ) ผู้เป็นหนึ่งใน2สายพันธุ์ย่อย eastern gorilla. สายพันธุ์ผู้หลงเหลือเพียง 782 ตัวในโลก มีเฉพาะในป่าเท่านั้น งานนี้ถ้าเกิดขึ้นจริง มันจะเป็นการร่วมก่ออาชญากรรมธรรมชาติครั้งสำคัญ “ที่โลกคงไม่ยินดีนัก ”

ในฐานะประชาชนชาวไทย เราไม่ต้องการจะเห็นทรัพยากรอันเป็นสมบัติของชาติ รั่วไหลออกไปไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม หากว่ามีนักท่องเที่ยวต้องการจะเห็นสัตว์ป่าไทย ก็ควรจะเดินทางมาดูในอุทยานแห่งชาติในประเทศของเรา และเราก็ไม่ต้องการให้ประเทศอื่นส่งสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของพวกเขามาให้ เราเช่นเดียวกัน เราต้องการเห็นสัตว์ป่าอยู่ในป่า ที่เป็นบ้านแท้จริงของมันมากกว่าที่จะมาถูกกักขังในสวนสัตว์!

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชาวไทยควรติดตามต่อไปจนถึงที่สุด!
Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

—————————————————–

Endangered wildlife, not our gift but our treasure

?Thailand has been doing good business with the United Kingdom and wishes to promote more of it?s tourism with the UK citizen while showing their close ties with this Western country. For this reason officials of the Thai Ministry of Natural Resourses and Environment will soon hunt down a few wild elephant mothers to take their calves into captivity, train them and present them to the UK prime minister as a diplomatic gift. Australia and Thailand too have a great relationship for over many decades and as a show of appreciation and a push for more tourism forest rangers will next week hunt down a few tigers in one of Thailand?s national parks to catch two tiger cubs to be send to the prime-minister of Australia who wishes to increase the amount of visitors to Taronga zoo in Sydney with a wild tiger spectacle??

If I, as a Thai citizen, a Thai environmentalist or just animal lover would read the above in our newspapers I would be in a state of shock, disbelieve and most of all, anger. How could we send some of our very rare, protected wild animals to another country solely for financial gain? From all animals, two of our National symbols the tiger and elephant! I do not think we as Thai people would appreciate and accept this to happen, we would protest to protect and fight to stop it, with all means possible. Someone even suggesting we would catch these animals from the wild and hand them over to another country would be seen as a mayor insult of our country and our dignity as Thai people.

Would we ask the same thing from another country? Surely not I would think. But wait, our government just did! Our beloved prime-minister has just recently visited Uganda, a country in Africa, home of the very rare mountain gorilla. This mountain gorilla is so majestic and rare, that it is considered Uganda?s national symbol. Uganda does not keep any gorillas in zoo, nor do they have farms breeding them in captivity, yet we still ask them to hand over two of these gorillas. Given the above details we need to bear in mind that asking for two gorillas from Uganda, means we are asking them to hunt down two gorillas, their national symbols, from the wild.
( http://www.nationmultimedia.com/national/Ugandan-gorillas-set-for-life-in-Chiang-Mai-Zoo-30213145.html )

Besides the fact that I feel taking animals from the wild to end up in a zoo is wrong and a crime against nature conservation, I also think that taking gorillas like these has been proven to be an absolute disaster. Only two mountain gorillas were ever exported from Africa to a zoo abroad and both of them sadly died of stress and starvation in the Cologne zoo within a month of eachother. ( http://ngm.nationalgeographic.com/2008/07/archive/fossey-gorillas-1970/dian-fossey-text/4 )

Any international trade in gorillas is banned under CITES and CITES discourages use of wild and endangered animals as “diplomatic gifts” without exception.

As a Thai citizen I do not wish to see our national and natural resources exported elsewhere, if people wish to see our wildlife I hope they visit our beautiful national parks while visiting Thailand. I will not expect other countries to send out their endangered wildlife either. Please keep the gorillas in the wild, in their home!

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

http://www.nationmultimedia.com/national/Ugandan-gorillas-set-for-life-in-Chiang-Mai-Zoo-30213145.html

http://kabiza.com/kabiza-wilderness-safaris/blog/uganda-give-mountain-gorillas-thai-zoo/

Mar 272013
 

pang
29 hours of being packed in the container!
The latest update of the seizure of smuggled pangolins, endangered and forgotten species.

After the raid by Thai Navy on 25 March 2013, 05.30 PM., confiscated pangolins have died one by one and related officials just reached the conclusion of which authorized wildlife conservation center will take care of these pangolins. By tomorrow, 27 March 2013, all of them will be delivered to the nearest center. That means these pangolins have to be kept in the containers and wait for one more night?

Thai Navy kept watering the pangolins to avoid the heat and delivered to the police for legal process. Doubtedly, not even one authority comes and responsible for these confiscated animals.
In Thailand, this is not the first time that the process after the seizure has been delayed and by what factors that obstruct such wild animal rescue scheme.

Thai Navy and volunteers tried to contact anyone that possibly helps these poor pangolins such as NGOs since they cannot stand watching such suffering animals. While Thai Navy is strongly enforcing the law and a hundred of animals are dying BUT there is obstacle at the end, authorities and legal process. The victims of a crime are going to die from cruelness and stress from packed in the container.

They get stress very easy and quickly die. They need space to find food and may die in confined space. Relevant organization should send the vet to check out seizure animals as soon as possible since they are normally force-filling up with the flour-water mixed to gain their weight and fetch more money.
Pangolins, harmless animals, only roll up when they are frightened. They are 1 in 4 Hilights of wildlife trafficking that need to be solved (after Elephant/Ivory, Tiger, Rhino Horn) but the degree of protection and after care of Pangolin is way lower even than dogs from dog meat smuggling.

How many lives that we have lost after the seizure, continuous raid with hundreds of animals found each time.
The point is, where have they gone? Where are they and how have they been later on?

?They died pretty easy, only a couple of days after transferred to the authorized center they?re gone? some officials explained. That is the truth that never been revealed to the public and no one follows and talks about lives after the arrest. From our point of view, it should be publicized to build awareness and sort out the solutions.

Furthermore, government organizations should open their mind and decentralize. They need to admit that they are struggling with the confiscated animal management. As well as they may observe from NGO?s system, get help from reliable organizations or even place confiscated animals under the care of trustworthy NGO with periodically monitoring.

Many countries in Asia, Cambodia for example, their government organizations are able to cooperate with NGOs who expert in particular fields since they admit their weakness and primarily concern the survival of animals.

Strongly enforcing the law is good but reconsideration when it comes to the law that related to LIFE is suggested. The best choice should be the way that helps them survive the most. So, is it the time that law enforcement can be compromised with animal welfare?

( Finally, Wildlife Friend Foundation and local volunteer contacted Deputy Director- Department of National Park, Mr. Teerapat, to urge the process. At 09.00PM, some officials took all the confiscated pangolins to wildlife conservation center already.)

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

Mar 042013
 

 

flyer

Welcome CitesCOP16 by AAA

(Thai/ English – see below)

“ร่วมกันแสดงพลังสนับสนุนให้ยุติการค้างาช้าง ค้าสัตว์ป่า และซากชิ้นส่วนสัตว์ และเรียกร้องให้มีพรบ.ที่คุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ป่าทุกประเภท”

กลุ่มนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่เพื่อสวัสดิภาพสัตว์ไทย ภายใต้ชื่อ Animal Activist Alliance Thailand (AAA THAILAND) ขอเชิญทุกท่านมารวมตัวกันเพื่อส่งสารถึงตัวแทนจากนานาประเทศ และนักอนุรักษ์จากทั่วโลกผู้เข้าร่วมประชุม CITES COP16

เป้าหมายของการรวมตัวเพื่อส่งสาร คือ

1.แสดงให้ผู้เข้าประชุมเห็นถึงเสียงสนับสนุนจากนักเคลื่อนไหวและนักอนุรักษ์ชาวไทย รวมทั้งนักอนุรักษ์ต่างชาติในประเทศไทย

2.สนับสนุนให้ยุติการค้างาช้าง- ซาก ที่ทั้งชีวิตต้องตกเป็นทาสและการหาผลประโยชน์จากมนุษย์ – การค้าสัตว์ป่า การค้าชิ้นส่วนสัตว์ป่าในประเทศไทย และ ยุติการหาประโยชน์จากสัตว์ป่าที่เป็นการทารุณกรรมชีวิตพวกเค้า ”

3.สนับสนุนให้ประเทศไทยมีพรบ.ที่คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าทุกประเภท ทั้งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าที่มีการอนุญาตให้เพาะเลี้ยง รวมถึงสัตว์ป่า Exotic ที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะทุกวันนี้ ประเทศไทย ยังไม่กฎหมายเจาะจงในการคุ้มครองสวัสดิภาพชีวิต และ ณ ตอนนี้พวกเค้าเหล่านั้น เสมือน ตกนรกทั้งเป็น

ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตพวกเค้า และต้องการเปลี่ยนแปลง เราขอบริจาคเวลาชีวิตช่วงเช้า แค่ 2 ชม 08.00-10.00 น. วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม 2013 หน้าศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

” ออกจากบ้านมาร่วมแสดงออกแทนพวกเค้าที่ติดอยู่ในกรง และโซ่ตรวน และถูกหาประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ”

ร่วมกัน

We, Animal Activist Alliance Thailand (AAA Thailand)- a group of new generation of Thai animal activists, are pleased to invite you to join our event and devote your time for Wild Animals and Thai Elephants. Together with us, we will jointly deliver our ?message? to CITES CoP16 participants.

Our message?s purpose
1. To show the supportive view from Thai conservationists and activists together with International conservationists in Thailand toward the conference.

2. To support ?policy of banning ivory and elephant carcass trade? for those elephants that their lives become animal slaves and exploitation tools for humans. Additionally, we demand illegal trade in wildlife and over-exploitation to stop!?

3. To support Animal Welfare Act that will practically protect lives and welfare of all species of wild animals; conserved and protected wild animals, species that are allowed to breed as well as imported exotic animals since currently, Thailand do not have any particular Laws that can protect their welfare as a result, they are experiencing hell on earth!

If you want this to change and you disagree with such things that happen to their lives. So, we need your time! Only 2 hours on Monday morning, March 4, 2013 at 8.00 ? 10.00 am.

?It is not the time to be silent, but the time for speak up! Be the voice for those animals that their lives are captured in cages and chains with endless exploitation.?

——————————————————————————————————————————————————
Attitude of Thai young generation on Thai wildlife Trade / Animal Welfare for wildlife.
“WHAT DO YOU THINK?” Vol.1

and If you want this to change and you disagree with such things that happen to their lives. So, we need your time! Only 2 hours on Monday morning, March 4, 2013 at 8.00 ? 10.00 am.
?It is not the time to be silent, but the time for speak up! Be the voice for those animals that their lives are captured in cages and chains with endless exploitation.?

” เพราะการอนุรักษ์ไม่ใช่แค่เพียงมีลมหายใจ แต่ทุกชีวิตต้องการสวัสดิภาพที่เหมาะสมต่อการดำรงชนิดพันธุ์นั้นๆ? “
wild33 wild22 wild55 wild1 wild4

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

 

Feb 122013
 

Seized wildlife trapped in legal limb

(ไทย / English on link *bangkokpost -news Published: 20 Jan 2013)

 

สัตว์ป่าของกลางจำนวนมากที่ถูกยึดมาจากผู้หาคดีลักลอบค้าสัตว์ และสวนสัตว์เอกชน ต้องอาศัยอยู่ในกรงแคบๆ และแออัดในความดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นปีๆจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

 

” การตายของช้างที่ถูกยึดมาจากปางช้างในจ.กาญจนบุรี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นข้อกังขาในการดูแลคุ้มครองสัตว์ป่ของจนท.รัฐ? ” ช้างพัง เชือกนี้ ถูกยึดมาพร้อมกับช้างอีก 18 เชือก หลังจากที่เจ้าของไม่สามารถนำตั๋วรูปพรรณมายืนยันได้ และถูกส่งไปอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ในจ.ลำปาง ในระหว่างรอการพิจารณาคดี

 

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าช้างเชือกนี้ป่วยด้วยอาการติดเชื้อและมีสุขภาพอ่อนแอ อยู่แล้วเมื่อถูกส่งมาที่ศูนย์ แต่เจ้าของยืนยันว่าช้างของตนแข็งแรงดีก่อนที่จะถูกยึด แต่หลังจากนั้นสุขภาพของช้างก็แย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากการเปลี่ยนที่อยู่กะทันหัน

 

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 จนถึงเดือนกันยายน 2555? สัตว์ป่ากว่า 16,000 ตัวถูกยึด จากคดีทั้งหมด 704 คดี ซึ่งมีทั้งผู้ลักลอบค้าและครอบครองโดยผิดกม. เป็นเสือจำนวน 5 ตัว ช้าง 60 ตัว งู 3,000 ตัว ลิง 100 ตัว สัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลาน 719 ตัว ตัวนิ่ม 478 ตัว เต่า 660 ตัว กิ้งก่า 1,400 ตัว และนกชนิดต่างๆอีกเกือบ 10,000 ตัว

 

นายธีรพัฒน์ ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า สัตว์ป่าที่ถูกยึดมาโดยทั่วไปแล้ว ก็จะถูกส่งไปอยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหนึ่งใน 5 แห่ง?? ณ ปัจจุบันนี้ กรมมีภาระในการเลี้ยงดูเสือ 95 ตัว หมีราว 400 ตัว ซึ่งมีทั้งหมีหมาและหมีควาย ลิงและชะนีเป็นพันๆตัว กับเต่า งู และนกอีกจำนวนมาก

 

 

รองธีรพัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับในปี 2555 นี้กรมอุทยานได้รับอนุมัติงบประมาณ 20 ล้านบาทสำหรับเป็นค่าอาหาร ยาและเวชภันฑ์อื่นๆ รวมทั้งที่อยู่อาศัยสำหรับสัตว์ป่าของกลาง งบประมาณในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งได้มาเพียง 10 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ได้มานี้คำนวนจากความต้องการของสัตว์ป่าที่มีอยู่ในศูนย์แล้ว เท่านั้น ไม่ได้คำนวนเผื่อสัตว์ป่าของกลางที่จะถูกยึดมาในอนาคต

 

ตามรายงานของสำนักอนุรักษ์ ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนสำหรับการดูแลช้าง ตกอยู่ที่ราว 22,000 บาทต่อตัว เสือ 8,800 บาทต่อตัว หมี 1,200 บาทต่อตัว สัตว์จำพวกลิงและชะนี 600 บาทต่อตัว ในขณะที่นกต่างๆค่าดูแลอยู่ที่ประมาณ 150-200 บาท ต่อตัวต่อเดือน

 

ช้างของกลางที่ถูกยึดมาส่วนใหญ่อยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ภายใต้การดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้?? ที่ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นที่อยู่ของช้างเชือกอื่นๆอีก 125 ตัว?? ซึ่ง 31 ตัวจาก 125 ตัวนี้ เป็นช้างของกลางในคดีที่กำลังทำการพิจารณา ส่วนที่เหลือเป็นช้างที่ถูกตัดสินแล้วให้ตกเป็นสมบัติของรัฐ และถูกฝึกให้เป็นช้างโชว์ในการแสดงช้างของศูนย์?? ส่วนช้างที่อายุมากกว่า 30 ปีและช้างพิการ จะอาศัยอยู่ที่ป่าบ้านปางลา ซึ่งอยู่ในจ.ลำปางเช่นกัน

 

 

นอกเหนือจากศูนย์ดูแลสัตว์ป่าของกลางที่ดำเนินการโดยจนท.รัฐแล้ว ยังมีศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ดำเนินการโดยเอกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลอีกด้วย?? และกรมอุทยานฯได้เริ่มเปิด ?โครงการพ่อแม่อุปถัมป์สัตว์ป่า? เพื่อขอรับบริจาคจากประชาชน เพื่อนำไปดูแลสัตว์ป่า โดยที่ผ่านมาได้รับเงินบริจาคประมาณ 3.3 ล้านบาท

 

” ศูนย์เพาะพันธุ์สัตว์ป่าต้องแบกภาระหนักเกินรับไหว “?

สัตว์ป่าที่ถูกยึดมาจากผู้ลักลอบค้าและสวนสัตว์เอกชนต่างๆ ถือเป็นของกลางที่ต้องใช้ในการพิจารณาคดี ที่ต้องใช้เวลานานเป็นปีๆกว่าจะสิ้นสุด ในคดีส่วนใหญ่ สัตว์ป่าจะถูกศาลตัดสินให้ตกเป็นสมบัติของรัฐ ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯหรือกรมประมง ในกรณีที่ไม่สามารถหาผู้กระทำผิดได้ สัตว์ป่าที่ถูกยึดมาจะตกอยู่ในความคุ้มครองของรัฐเป็นเวลา 5 ปี ก่อนท่จะได้รับการตัดสินว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนสัตว์ป่าของกลางที่เป็นสัตว์ป่าสงวน จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานฯไปอย่างไม่มีกำหนด

 

รองธีรพัฒน์ยอมรับว่า สัตว์ป่าของกลางที่ยึดมาได้จำนวนมากในหลายปีนี้ กลายเป็นภาระที่เกินกำลังของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลสัตว์?? ท่านรองกล่าวว่าในบางครั้งก็ทำให้สัตว์ต้องอยู่อย่างแออัด และมีคนดูแลไม่เพียงพอ แต่ในเมื่อมาตรการปราบปรามต้องดำเนินต่อไป กรมอุทยานฯก็จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการให้ที่อยู่อาศัย อาหาร และการดูแลสุขภาพแก่สัตว์ป่าเหล่านี้

 

อย่างไรก็ตาม ท่านรองธีพัฒน์ยังคงปกป้องระบบการดูแลสัตว์ป่าของรัฐ และกล่าวว่ากำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุงพัฒนา และเมื่อเป็นไปได้ สัตว์ป่าจะได้อยู่อย่างอิสระโดยไม่ต้องถูกขังอยู่ในกรง?? ท่านรองได้อธิบายระบบการทำงานของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั้ง 5 แห่งของกรมอุทยานฯโดยคร่าวๆว่า เสือที่ถูกยึดมาทั้งหมด จะถูกส่งไปที่สถานีเลี้ยงสัตว์เขาประทับช้าง และเขาสนในจ.ราชบุรี?? ท่านรองธีรพัฒน์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ที่สถานีเขาประทับช้างมีความชำนาญเป็น พิเศษในการเพาะเลี้ยงและดูแลเสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสือโคร่งเบงกอล แต่ด้วยความที่มีพื้นที่จำกัด ทำให้เสือแต่ละตัวจะต้องอยู่แยกกันในกรงของตัวเอง

 

 

ที่สถานีเขาประทับช้าง ยังมีสวนสัตว์เล็กๆเปิดให้คนเข้าชมอีกด้วย เป็นสัตว์ขนาดเล็กเช่นนก และเก้งกวาง เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์คนหนึ่งกล่าวว่าสวนสัตว์แห่งนี้ไม่ได้มีการเก็บค่าเข้า แต่อย่างใด แต่ก็มีการตั้งกล่องรับบริจาค

 

ที่สถานีเขาสน ซึ่งใหญ่กว่า และอยู่ห่างออกไปประมาณ 30 กม. เสือจะได้อยู่ในที่อยู่อาศัยแบบเปิดโล่ง?? สถานีเขาสนเคยเผชิญกับปัญหาฝืดเคืองทางการเงินอย่างหนักมาก่อนในปีที่ผ่านมา แต่ทางจังหวัดได้ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือเป็นการชั่วคราว หลังจากเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ถูกเสือหิวหลุดออกมาทำร้ายบาดเจ็บสาหัส

 

ท่านรองธีรพัฒน์เล่าว่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ ที่จ.ฉะเชิงเทรา ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลิงกว่า 500 ตัว ในขณะที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี รับภาระในการดูแลหมีราว 100 ตัว พื้นที่ส่วนหนึ่งของศูนย์มีการจัดให้หมีควายประมาณ 30 ตัวได้อยู่ร่วมกันในที่อยู่อาศัยแบบเปิดโล่งและมีต้นไม้ และยังมีการเลี้ยงผึ้ง เพื่อจัดหาน้ำผึ้งมาเป็นอาหารให้พวกหมีด้วย

 

แต่ในขณะเดียวกัน หมีควายตัวอื่นๆ รวมทั้งหมีหมาด้วย ก็ยังต้องอาศัยอยู่ในกรง เพราะจนท.กล่าวว่าการสร้างที่อยู่อาศัยขนาดแบบเปิดใหญ่สำหรับหมีทั้งหมด โดยติดรั้วไฟฟ้ารอบๆนั้นจะมีราคาแพงมาก

 

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากองค์กรเอกชน และบุคคลทั่วไป?? ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมศูนย์ ส่วนมากจะรู้สึกประทับใจกับสภาพแวดล้อมและสิ่งก่อสร้างต่างๆในศูนย์ แต่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางพระ ซึ่งอยู่ในจ.ชลบุรีเช่นเดียวกัน กลับไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ที่เข้าชมและได้เห็นสภาพของนกและเต่าของกลาง ต่างกล่าวเป็นเสียงด้วยกันว่าศูนย์นี้ควรได้รับการพัฒนา และควรมีผู้ให้การสนับสนุนมากกว่านี้?? ความแตกต่างของสถานีทั้งสอง ชี้ให้เห็นว่าคนส่วนมากมักจะมีความสงสารสัตว์ใหญ่และใกล้สูญพันธุ์มากกว่า

 

 

ทางออกอื่นๆ??

ท่านรองธีรพัฒน์กล่าวว่า ตามกฎกระทรวงแล้ว สัตว์ป่าของกลางจะให้อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานฯ หรือปล่อยคืนสู่ป่าก็ได้?? สำหรับสัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองหรือค้าขายได้อย่างถูกกฎหมาย ก็อาจจะขายต่อให้กับผู้เพาะเลี้ยงเอกชน แต่ในความเป็นตืงแล้ว ท่านรองกล่าวว่า ทางกรมมีนโยบายที่รู้กันเป็นนัยๆว่า จะไม่มีการขายสัตว์ป่า ?แน่นอนว่า พวกสัตว์หายากจะต้องเก็บไว้เพื่อปล่อยคืนสู่ป่าต่อไป?

 

” ในสภาวะที่สัตว์ล้นเกินขึ้นเรื่อยๆนี้ มีข้อเสนอแนะบางประการที่ได้รับการหยิบยกมาพูดถึง เพื่อพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าของกลาง และลดภาระหน้าที่ของกรมอุทยาน

ทางเลือกหนึ่งก็คือ ?การอายัดสัตว์? ซึ่งหมายถึงว่า อายัดไว้โดยให้สัตว์ป่าอยู่ที่เดิมก่อนที่จะถูกจับ โดยที่มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ”

 

เจ้าของปางช้างรายหนึ่งเคยพยายามโต้แย้งไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายช้าง โดยขออนุญาตให้ช้างอยู่ที่เดิมได้ โดยที่ปางช้างจะไม่ขนย้ายช้างไปที่อื่นในระหว่างการพิจารณาคดีว่ามีความผิด จริงหรือไม่?? เจ้าของรายนั้นกล่าวว่า แค่เพียงเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องอย่างดี ก็จะแน่ใจได้ว่า ?ของกลาง? จะไม่ถูกทำลายหรือเคลื่อนย้ายแน่ๆ?? อีกอย่างช้างก็จะสบายใจกว่ามากถ้าได้อยู่กับควาญประจำตัวของมันเอง

 

แต่ถึงอย่างนั้นทางเลือกนี้ก็ไม่มีทางจะถูกหยิบมาพิจารณา ?แบบนี้มันรับไม่ได้ พวกนี้ได้สัตว์ป่ามาแบบผิดกฏหมาย ไม่ควรจะอนุญาตให้เก็บสัตว์ไว้หาผลประโยชน์ต่อไปอีก? รองธีรพัฒน์กล่าว

 

ข้อเสนอที่น่าจะนำมาใคร่ครวญมากกว่า คือการให้ศูนยช่วยเหลือสัตว์ป่าของเอกชนที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีส่วนเข้ามาช่วยเหลือสัตว์ป่าของกลางได้ โดยระบุจำนวนและชนิดสัตว์ให้แน่นอน และอาจมีการสนับสนุนจากรัฐบาลบ้างในบางส่วน

 

นางสาวจันทร์แสง สร้างนานอก ประธานมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าประเทศไทย กล่าวว่า ทางออกนี้จะสามารถช่วยได้ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและสัตว์ป่าในเวลาเดียวกัน

.

ศูนย์ช่วยเหลือเอกชนอาจอาสาเข้ามามีส่วนช่วยดูแลสัตว์ป่าของกลางใน ระหว่างการพิจารณาคดีได้ แต่ถึงอย่างไรการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ก็ควรจะดำเนินต่อ ไปให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง

 

ผู้พิพากษาศาลฎีกา ศศิรัตน์ ปราณีจิตต์ ก็ได้ให้ข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการสัตว์ป่าของกลางในระหว่างดำเนินคดีเช่น กัน?? ท่านผู้พิพากษากล่าวว่า กรมอุทยานฯควรจะยื่นขอต่อศาลให้อนุญาตให้ปล่อยสัตว์คืนป่าได้ รวมทั้งขอให้มีการการุณยฆาตสัตว์ที่ป่วยหนักได้ โดยทางกรมจะต้องมีการทำเอกสารระบุรายละเอียดสัตว์ตัวดังกล่าว ไว้สำหรับเป็นหลักฐานในการพิจารณาดคดีก่อนกระทำการ

 

ผู้พิพากษาศศิรัตน์ยังแนะอีกว่า กรมอุทยานควรจะได้รับอนุญาตให้เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ให้จ่ายเงินเป็นค่าดูแลสัตว์ป่าของกลาง? และที่สำคัญที่สุด คือควรจะเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ต้องหาคดีลักลอบค้าสัตว์ป่าให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างให้กับผู้กระทำผิดอื่นๆในคดีเดียวกัน และช่วยลดโอกาสที่สัตว์ป่าจะต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่ในกรงแคบๆ ทั้งชีวิต

Feb 122013
 

profile1Thailand’s lawmakers refuse to give wildlife protection from cruelty. While Thailand will see its first animal welfare law ever, some government departments and a few “animal welfare” NGO’s refuse to include wildlife! Shocking reality anno 2103 written up

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

Feb 122013
 

A mother’s love is instinctual, unconditional, and forever.

 

motherslove

Feb 042013
 

601482_408147029278651_506140040_n

ลิงในประเทศไทยอีกกี่ชีวิต? ที่ต้องสังเวย ความล้มเหลว ในจัดการปัญหาของคน ที่ผลสุดท้าย สัตว์ต้องตกเป็นเหยื่อ
(ไทย /english below )

ลิง? สัตว์ป่า ( หรือบางที่ก็ไม่ป่าแล้วเพราะคนเข้ามาอยู่แทน ) ที่คุ้นหน้าคุ้นตา หลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า ปัญหาของลิงในบ้านเรานั้นมันรุนแรงจริงๆ ทั้งการลักลอบค้าเป็นสัตว์เลี้ยง / ลักลอบจับส่งออกชายแดนจำนวนมาก / ส่งร้านอาหารป่า / ฆ่ากิน / อุบัติเหตุ / การทำร้ายด้วยความรำคาญ / การลักลอบเลี้ยงอย่างทารุณกรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ?เยอะมาก? มาอย่างยาวนาน โดยที่แทบจะไม่มีใครรับรู้และสนใจ

ทั้งที่ลิงทุกชนิด มีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ยังเกิดการทำร้ายโดยมนุษย์ไม่จบสิ้น ด้วยเหตุผลว่า ?รำคาญ? มีมากไป ? สร้างปัญหา ?
แปลว่าถ้าพวกลิงสร้างปัญหาให้มนุษย์แล้ว จะทำอะไรกับพวกเค้าก็ได้ งั้นหรือ? แล้วอะไรคือ สถานะความเป็นสัตว์คุ้มครองที่ลิงควรได้รับ???
เราขอตั้งคำถามกลับว่า เคยถามตัวเองมั้ย ว่ามนุษย์เอง ” มีมากไป และเป็นฝ่ายสร้างปัญหาให้พวกลิง? ”

ความจริงที่หนีไม่พ้นที่เอื้อให้เกิดเรื่องแบบนี้คือ การขยายตัวของถิ่นที่อยู่อาศัย และที่ทำกินของคน เพราะคนมีมากขึ้น และรุกล้ำถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของสัตว์มาโดยตลอด ในแทบทุกพื้นที่

ความต้องการความเจริญ การขยายตัวของมนุษย์ที่ไม่มีวันจบ คือสิ่งที่แย่งชิงพื้นที่และการดำรงอยู่ของพวกเค้า แหล่งอาหารลดลง – ที่อยู่ถูกทำลายไปเรื่อยๆ แต่ตลอดมา แทบไม่มีอะไรมาชดเชยสิ่งที่สัตว์สูญเสียไป จึงก่อให้เกิดปัญหาคาบเกี่ยวระหว่าง คนกับลิง มาโดยตลอด

เมื่อเกิดปัญหาแต่ไม่เคยมีการแก้ไขถูกจุด แม้กระทั่งหน่วยงานที่ควรจะคำนึงถึง ?สัตว์” ก็กลับแก้ปัญหาด้วยการคำนึงถึง ?คน? แทน ชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านี้ จึงเกิดต่อพวกเค้าไม่มีวันจบ และคนไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นปัญหา แต่กลับมองว่าสัตว์เหล่านี้สร้างความรำคาญ หลายพื้นที่ ลิงถุกทำร้ายจนเสีย ชีวิต พิการ บ้างก็ถุกล่าเอามากิน
ด้วยเหตุผลเดียวว่า ?ลิงไปสร้างปัญหา?

มนุษย์รุกรานจนสัตว์ไม่อาจดำรงชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยได้ ก็เป็นหน้าที่โดยตรงของมนุษย์ที่ต้องรับผิดชอบ ถึงเวลาออกแบบกระบวนการจัดการในกรณีนี้ อย่างถูกต้องและ ?ดี? สำหรับสัตว์ โดยไม่ฉาบฉวย หรือยัง?

In Thailand, monkey is one of wild animals that can be found in many general places: temples, parks and tourist hot spots. In some place like Lopburi, monkey has become their trademark. Unfortunately, lots of monkeys were treated cruelly. They were hunted and traded to be pets and lab animals. Some were killed for food. Some had accident like hit by cars and electrocuted. And the worst thing is some of them were hurt because of being annoyed to human.

Though monkey is a protected animal. They have never been protected. Even some government sectors ignored many of illegal trades that happened under their nose. Human-monkey conflicts become harder every day. And when a monkey is injured or dead, no one take any responsible.

Their typical answer is ?They?re annoying. There?re too much of them?

Is that sounds reasonable? Just because they are annoying doesn?t mean anyone can kill them or hurt them. And most of all, No monkeys ever mean to be so noisy or destructive or stealthy. They do it because of their instinct to survive. Isn?t it human who invade in their homeland and take up their food source? You build your home, you plant your crops on their land and when they come take it you claim that they are such annoying destructive thieves. Is that fair enough?

Is it time to stop being so selfish? It?s time to design a sustainable solution for this conflict, a solution with more moral standard, sympathy and kindness.

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand
Copyrights 2013 by AAAThailand All Rights Reserved

Feb 032013
 
voicelessHow many more animals in Thailand have to be sacrificed for no reason? Or wildlife in Thailand is destined to be voiceless, to have no rights to be protected and no appropriate welfare or even to have no rights to express their natural behaviors?
While Animal Welfare Bill is at the stage of deliberation, first time ever in Thailand, by the Ad Hoc Committee appointed by the House of Representatives. Unfortunately, there is no space for wildlife to speak out, their lives have been leaving behind and excluding from such Bill. If those animals have verbal language like human, they would be screaming out loud and asking for help through those bars but sadly, what they can do are wasting their breathes in tight cage or living their lives tied up with chains.For those relevant parties who are taking seat in the Ad Hoc Committee?s meeting room and followers, it would be great if they keep their eyes and mind open to see problems more clearly. They would be noticing that a huge gap of laws gives wildlife a hell, they would be noticing that living in any confined spaces apart from their natural habitats is like living in an abyss of misery. So why? Why are they giving such lives up? Why are they excluding wildlife from having the rights to be protected and having proper welfare just like other animals?

Since wildlife experiencing hell on earth cannot speak for themselves, hence we need to admit that such terrible truth happens to wildlife in Thailand. It is not the time to sweep the problems under the carpet, sitting there and do nothing with the laws but it is the time to carry out the deliberation of the Bill as good as we can. We need to be brave and get this matter straightforward. It could be said that existing Wildlife Protection Law in Thailand cannot guarantee and protect welfare of wildlife, such law allows persons to be legally possessing of wildlife. Furthermore, the story informed by some directors of wildlife conservation bureau to the Ad Hoc Committee is totally opposite to the truth happens in today?s world, even-though the Committee believes such story!!!!!!!!!!

Obviously, we cannot see through mind of those who are sitting in the Committee?s room and apparently, we cannot interfere with the deliberation of the Bill but we can unveil the secret of shame and make it clear and present it to the public in which people who is hiding behind shade never realize that it exists.

The whole new story of animals in Thailand, the whole new tradition of treating animals in Thailand, we will build it up with our own hands.
Are you in or are you out? Do nothing or do something? It is the choice you make but the truth is ? they need you ? !!!!!!

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

Jan 312013
 

widlifewelfareหรือสัตว์ป่าในประเทศไทย จะไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับสิทธิและสวัสดิภาพ ? ชะตากรรมของพวกเค้ายังคงต้องถูกสังเวยต่อไปอีกนานเท่าไหร่?

ในขณะนี้ที่กำลังมีการพิจรณา ร่าง พรบ การจัดสวัสดิภาพและการทารุณกรรมสัตว์ แต่ ณ ตอนนี้ สัตว์ป่ากลับถูกหลงลืม? และ?ถูกกันออกไป ? ? ถ้าสัตว์ป่าเหล่านั้นพูดภาษาเดียวกับเราคงตะโกนทักท้วงผ่านลุกกรง จากห้องขังแคบๆ ที่ต้องหายใจในนั้นทั้งชีวิต หรือบางตัวอยากจะกระโจนมาให้คนเห็นสภาพที่เค้าต้องเจอตลอดชีวิต แต่ดันติดโซ่ตรวนที่ตีตราไว

เราอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในห้องพิจรณากฎหมาย และผู้ที่ติดตาม เปิดตาและเปิดใจมองปัญหาชะตากรรมสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นจริงๆในประเทศไทย ว่าทุกวันนี้พวกเค้า ? ตกนรกทั้งเป็น? อยู่เยอะแค่ไหน กับปัญหาที่เกิดขึ้นกับช่องโหว่ทางกฎหมาย พวกเค้าต้องตกนรกทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดจากปัญหาเรื่องสวัสดิภาพชีวิตความเป็นอยู่เยอะขนาดไหน ประเทศไทยมีสัตว์ป่าที่มีชีวิตนอกถิ่นอาศัยตามธรรมชาติอยู่ในมือมนุษย์เยอะขนาดไหน และเหตุใดถึงยอมถอดใจตัดพวกเค้าอออกจากการที่จะได้รับสิทธิการคุ้มครองสวัสดิภาพชีวิต เฉกเช่นสัตว์อื่นๆ ?

ถึงเวลาแล้วที่จะยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่าในประเทศไทย มากกว่าจะช่วยกันปกปิดปัญหา และการไม่กล้าก้าวล่วงกฎหมายเดิม เพราะคิดว่าใช้ได้แล้ว ? เพราะสัตว์ป่าที่ประสบชะตากรรมเหล่านั้นคงออกจากกรงมาบอกเราไม่ได้
จึงมีความจำเป็นที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าที่มีอยู่ทุกวันนี้ไม่สามารถคุ้มครองสวัสดิภาพชีวิตสัตว์ป่าได้ เป็นเพียงแค่กฎหมายที่บอกว่าใครบ้างที่สามารถนำสัตว์ป่ามากักขังได้โดยไม่ผิดกฎหมายแค่นั้น และข้อเท็จจริงทุกวันนี้มันตรงกันข้ามกับที่ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ? บางท่าน? ที่ได้เข้ามาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมมาธิการร่างกฎหมายสัตว์ และคณะกรรมธิการ? ส่วนใหญ่? ดันคล้อยตาม ……… …… …. ….

เรามิอาจทราบได้ว่าท่านๆในห้องนั้นคิดอะไรกันอยู่ เราคงมิอาจก้าวล่วงไปได้ แต่ต่อจากนี้ เราอยากจะนำเสนอข้อเท็จที่หลายๆท่านที่อาจนั่งทำงานแต่ในห้องแอร์อาจจะไม่เคยสัมผัส และเสนอข้อเท็จจริงสู่สังคมพิจรณาอีกทางหนึ่ง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชะตากรรมสัตว์ป่าในประเทศไทยและมีมากแค่ไหน

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสรรพสัตว์ในประเทศไทย วัฒนธรรมใหม่ที่คนไทยจะปฎิบัติต่อสัตว์ เราจะช่วยกันเขียนเอง
จะนิ่งเฉย?หรือลุกมาพูดแทนเค้า?* พวกเค้าต้องการคุณ

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand