Apr 092014
 

zxcvbn

 

03 April 2014 at Sabaa Yoi district, Songkla province, a 10 year old young bull elephant was murdered by 5 officials while both of his legs were shackled.

A few days earlier this young bull elephant on the Musth period, but on the 03rd April the mahout think his Musth is gone and he ready to go to work; the mahout decided to unchain him then will take him to work . But Boonchu still on Musth period? and? still aggressive so he can’t recognize? any one . By accident? Boonchu have attack and kill his mahout and one other mahout who stay close by tried to come to help also get? injured . The owner called to the local vet to come to help to tranquilizer the bull , but it take a long while. During they wait they tried to Calm the elephant and finally they can chain him back again. when they see Boonchu was more calm, they decided to go back home to prepare for the mahouts’ funeral.

On the way home , the owner and villager saw 5 officials pass by and all of them had the gun in arms; just a few minutes later, they heard the gun roll – the elephant owner tried to stop but no one listened to him; the picture in front,? the young bull elephant was shot by 5 men with a great roll of bullets. Boonchu tried to use his trunk to protect the bullets from his head and the bullets cut his trunk right away. the people heard his roar before he was falling down and dying.

This is the true story of an Elephant whom we call ?The symbol of Thailand? ! They have no legal standing or law to protect themselves. Their cry asks for justice ! If they have done anything wrong in this life, it is our own cruel judgment of a life that ought to be free, protected, unhindered, magnificent !

Apr 092014
 

why kill an elephant that is already chained up .

พลายบุญชู เหยื่อการลุแก่อำนาจและความตายที่ไม่มีใครร้องขอ .

3 เมษายน 2557? อ.สะบ้าย้อย,สงขลา ประเทศไทย เกิดเรื่องสะเทือนใจต่อชาวบ้าน เมื่อมีถูกผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ อส. เข้ามาทำการประหารช้างเลี้ยงที่ตกมันโดยการ ” รุมยิงตายคาโซ่ ” ตัดสินชีวิตผู้อื่นทั้งที่ไม่มีใครร้องขอ ด้วยเหตุผลที่ว่า” มันคือปัญหาและสมควรตาย?”? หลังเกิดอุบัติช้างตกมันทำร้ายค

นี่เป็นข้อเท็จจริงจากเพื่อนของเราในพื้นที่และจากเจ้าของช้าง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับช้างของเค้าที่ดูแลอยู่ ที่ถูกรุมฆ่าจากปืน 5 กระบอกทั้งที่ยังใส่โซ่อยู่ จะหนีก็ไม่ได้ ได้แต่พยายามปัดป้องคมกระสุนจนปลายงวงขาดและคมกระสุนรุมเข้าร่าง …สุดท้ายสิ้นใจตาย
ทิ้งไว้เพียงร่างที่ไร้วิญญาณและปลอกกระสุนจำนวนมาก คำถามที่เกิดขึ้นมากมายจากชาวบ้านว่าทำไมถึงมีการลุแก่อำนาจแบบนี้ ? ทั้งที่ช้างเองที่แม้จะตกมันและก่อเหตุสลดไป ” แต่สุดท้ายช้างก็ได้ถูกล่ามจำกัดพื้นที่ และสงบลงเรียบร้อยแล้ว ?? ”

เนื่องจาก ช้างพลายบุญชู ( สีดอ-เพศผู้ไม่มีงา) หนุ่มอายุประมาณ10ปี ของครอบครัวหนึ่ง ได้เกิดตกมันมา10กว่าวัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของช้าง ซึ่งทางควาญและเจ้าของได้ได้ล่ามจำกัดบริเวณไว้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่เมื่อเช้าวันที่ 3 เมื่อควาญเห็นช้างอาการเริ่มดีขึ้นจึงเข้าไปทำการปลดโซ่เพื่อให้ช้างได้ผ่อนคลาย แต่กลับเกิดอุบัติเหตุเมื่อช้างพลาย บุญชูที่อารมณ์ยังไม่คงที่ ได้ทำร้ายควาญช้างจนเสียชีวิต และเดินวนเวียนอยู่บริเวณศพ จนช่วงประมาณเที่ยง ควาญอีกคนหนึ่งเข้าไปพบและพยายามล่ามโซ่กลับ ก็ได้ถุกทำร้ายจนบาดเจ็บบริเวณข

จึงได้พยายามออกมาเรียกเจ้าของช้าง ซึ่งทางเจ้าของช้างได้แจ้งทางปศุสัตว์ท้องถิ่นให้เข้ามาช่วยยิงยาสลบ แต่สุดท้ายทางเจ้าของและชาวบ้านเองได้พยายามช่วยกันล่ามโซ่กลับจนสำเร็จก่อนที่ปศุสัตว์จะมา และได้อยู่ดูอาการของช้างหาน้ำและอาหารให้ จนเวลาประมาณบ่ายสามกว่า เมื่อแน่ใจแล้วว่าอาการช้างสงบลงแล้ว จึงเดินทางกลับเพื่อเตรียมทำเรื่องการเสียชีวิตของควาญช้าง

และในขณะที่เจ้าของช้างเดินกลับลงมา เมื่อเวลาสี่โมงเย็น ได้มีกลุ่มคนสวมชุดครึ่งท่อนของเจ้าหน้าที่ อส. จำนวน 5คน สะพายปืนเดินสวนขึ้นไป และเพียงระยะเวลาเพียงชั่วครู่ ได้มีเสียงปืนจำนวนมากและเสียงโหยหวลของช้าง เจ้าของช้างและชาวบ้านได้รีบวิ่งตามก็พบช้างของต้นเองถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งกลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ อส. เหล่านั้นยังพูดเชิงสะใจอีกว่า ” ยิงช้างทิ้งแล้วถ้าจะให้ดียิงเจ้าของทิ้งไปด้วยจะได้ไม่มีปัญหา ” (โดยที่คนเหล่านั้นไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของ)

ซึ่งเกิดคำถามมากมายต่อเจ้าของและชาวบ้านขึ้นทันทีว่าจะยิงช้างทิ้งทำไม? ปัญหาคืออะไร?

-ในเมื่อช้างได้สงบแล้ว และได้ล่ามจำกัดบริเวณเสร็จแล้ว ? และไม่มีใครร้องขอการฆ่า มีแต่ติดต่อขอทีมยิงยาสลบในช่วงแรก แต่ทางเจ้าของช้างก็แก้ปัญหาได้เองเสียก่อนด้วยซ้ำ.

-จะอ้างว่าช้างอาละวาดอยู่จึงยิงป้องกันตัวยิ่งไม่ใช่ เพราะช้างทำร้ายคนไปตั้งแต่ช่วงเช้าและอยู่บริเวณนั้นไม่ได้หนีหรือเข้าไปอาละวาดที่ไหน และช่วงที่มีการยิงนั้นช้างก็ยังถูกล่ามโซ่อยู่ ด้วยซ้ำ ?

-แก้แค้น? ก็ไม่ใช่ เพราะตัวผู้อ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่ อส.นั้นก็ไม่ได้เป็นญาติหรือเกี่ยวข้องกับควาญที่เสียชีวิตและบาดเจ็บเลย ?

-และ การเสียชีวิตและบาดเจ็บของควาญช้างนี้ ทางครอบครัวควาญก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่อาจะเกิดขึ้นได้สำหรับคนที่ใช้ชีวิตกับช้าง

ดังนั้น อะไรคือ” ปัญหา” สำหรับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอาวุธเหล่านั้น ???

และทางเจ้าของช้างเองก็ได้ไปแจ้งความกับทางตำรวจ ลงบันทึกถึงเรื่องเกิดขึ้นนี้ในวันเดียวกันเพื่อให้มีการสอบสวนเอาผิดต่อไป และมีเรื่องน่าแปลกใจ เมื่อเช้าวันที่4 เมื่อได้เดินทางไปที่จุดสังหารเพื่อเตรียมทำพิธีศพช้าง ” โซ่ได้ถูกแอบถอดหายไป ” เหมือนมีใครตั้งใจอำพรางบางสิ่ง? หนำซ้ำ สื่อยังสรุปด้วยบทเหมือนทุกครั้งที่เกิดช้างตกมัน ว่าชาวบ้านเป็นยิงเพราะช้างอาละวาด? ทั้งที่เสียงจากชาวบ้านในพื้นที่นั้นตรงกันข้าม ?

เรื่องนี้สมควรอย่างยิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบ เพราะช้าง ที่คนไทยบอกว่าเป็นสัตว์อนุรักษ์ต้องมาถูกฆ่าด้วยทรรศคติและความไม่เข้าใจในพฤติกรรมแบบนี้อีกกี่ครั้ง?? และประเทศไทยยังพอจะมีกฎหมายที่ว่า ” ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการทารุณต่อช้างบ้านหรือฆ่าช้างบ้านโดยให้ได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำเป็นและ ห้ามมิให้ผู้ใดฆ่าช้างบ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร.”

และสุดท้ายเราขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวควาญผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมทั้งครอบครัวเจ้าของช้างที่ต้องสูญเสีย เราหวังว่าชีวิตของพลายบุญชูผู้นี้จะได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

Oct 292013
 

จากกรณีการเผยแพร่ คลิป ควาญวัยรุ่น2คนรุมทำร้ายลุกช้าง ที่สะเทือนวงการสิทธิสัตว์-นักอนุรักษ์-คนเลี้ยงช้าง และ คนรักสัตว์ไปทั่วโลกนั้น วันนี้มีความชัดเจนแล้วที่สถาณที่เกิดขึ้นเหตุ ณ จังหวัดอุบล โดยเป็นช้างที่นำมามาจาก บ้านขุนไชยทอง อ.ชุมพลบุรีย์ จ. สุรินทร์ รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ( หลังจากสื่อหลักมีการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดถึงสถาณที่เกิดเหตุ)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไทยและคนทั่วโลกกำลังติดตามและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ถึงการจัดการต่อ ปัญหาที่เกิดขึ้น และข่าวที่นำเสนอล่าสุดเมื่อเย็นวาน (เรื่องเด่นเย็นนี้ วันที่28ตุลาคม255 ช่วงนาทีที่ 66 ) มีข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งควาญวัยรุ่นทั้งสองที่ก่อเหตุนั้น ” เป็นควาญรับจ้างนำช้างมาเร่ขายอ้อย” ไม่ใช่ตัวเจ้าของช้าง ส่วนตัวเจ้าของลูกช้างนั้น คือ ศรายุทธ ก้อนคำใหญ่ หรือคุณโจ้ นั้น ทั้งนี้เราก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามา คุณศรายุทธ นั้นเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ได้ภรรยาที่สุรินทร์เลยได้ช้างของภรรยามาเร่ขายกล้วย และสิ่งที่ควาญรับจ้างทั้งสองกระทำทารุณต่อลุกช้างอายุ3ขวบนั้น ทางกลุ่มคนช้างเองได้กล่าวว่าก็มิได้เห็นด้วย และเห็นว่าเป็นการทารุณกรรมช้างเช่นกัน ซึ่งทางกรรมการการแก้ปัญหากลุ่มเลี้ยงช้าง คุณสุรสิทธิ์ได้กล่าวว่า สำหรับควาญวัยรุ่นทั้งสองนั้น ต้องถุกขับจากงานดูแลช้างทุกเชือก เพราะถือว่ากระทำผิดร้ายแรงต่อช้าง และ ให้ กระทำการ” ทำพิธีขอขมาช้าง?? ”

ซึ่งเราเชื่อว่า คงนำมาซึ่งคำถามมากมายต่อผู้คนที่สนใจเรื่องสิทธิสัตว์ และสิ่งที่สังคมอยากเห็นมากกว่าการขอขมา คือการบังคับใช้กฎหมาย(เท่าที่มี) ที่จะลงโทษผู้กระทำผิด และข้อมูลเชิงลึกต่อปัญหาและการแก้ไขอย่างชัดเจนที่สุด เพื่อสวัสดิภาพของตัวช้างเองในอนาคต เช่น

– ความจริงใจต่อการ ” เปิดเผยข้อมูลของของควาญวัยรุ่นที่กระทำการทารุณช้างทั้งสองต่อสาธารณะ “? หากว่าทางกลุ่มคนช้างมีความชัดเจนที่จะต้องการให้ทั้งสองไม่ยุ่งเกี่ยวต่อ งานดูแลช้างต่อไปจริง เพราะหากข้อมูลไม่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ วันนึง ทั้งสองอาจจะไปรับจ้างที่ไหนต่อก็เป็นได้ และจะเป็นการดีมากขึ้นไปอีก หากกลุ่มคนช้างมีการกล้าขึ้นบัญชีดำต่อควาญนอกแถวที่กระทำทารุณช้าง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ที่ผ่านมีการพบเห็นควาญบางคนทุบตีลูกช้าง บังคับสับหัวช้างจนเลือดไหล หรือแม้กระทั่ง เคยมีคนบางคนการก่อคดีใช้โซ่ ตะขอ รุมทำร้ายผู้อื่นเพราะเพียงถุกตำหนิจากการทุบตีช้างมา แล้ว ซึ่งเราคิดว่า “การกล้าคัดแยกปลาเน่าออกจากคนเลี้ยงช้างเท่านั้น ” จะเป็นสิ่งที่ยืนยันความจริงใจของคนเลี้ยงช้างได้ชัดเจนที่สุด

-คำถามต่อมา ถึงตัวเจ้าของช้างเองที่ให้บุคคลอื่นนำช้างไปใช้งาน?? (ซึ่งจากข่าวเช้าก็เป็นการยืนยันชัดเจน ว่า ตัวเจ้าของช้างเองนั้นไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุวันนั้น ) ซึ่งเราคิดว่าจุดนี้ก็เป็นที่ต้องทบทวบเช่นกัน การปล่อยให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของที่มีความผูกพันธ์กันจริง และไม่ได้คัดกรองประวัติช้างอาจจะตกอยู่ในมือมารที่หวังแต่การหาประโยชน์ ผลเสียอาจจะตกอยู่ที่ตัวช้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนอย่างที่หลายคนพบ เห็นกันในทุกวันนี้ และมันกลายเป็นเรื่องของธุรกิจมากไปกว่าการดูแลหรือเปล่า?? อย่าลืมว่า ” ช้างเป็นสิ่งมีชีวิตไม่ใช่เครื่องจักร”

และประเด็นต่อการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อพูดถึงช้างเร่อน คนมักจะคิดถึงแค่ว่าแจ้งกรมอุทยาน หรือ 1362 เพื่อตรวจตั๋วรุปพรรณ และถ้ามี ก็จะทำไรต่อไม่ได้ ทั้งที่ความจริงประเทศไทย พอจะมีกฎหมายเอาผิดตัวผู้นำช้างมาเรร่อนผิดที่ผิดทาง ได้หลายพรบ. เพราะช้างเลี้ยง ขึ้นอยู่กับหลายกระทรวง และจากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ เราคิดว่าควรมุ่งเป้าไปถึง” การเอาผิดจากโทษทางกฎหมายอย่างจริงจังต่อจากการทำพิธีขมาและขึ้นบัญชีดำของ คนช้าง” เช่น

1.ดำเนินคดีข้อหากระทำทารุณกรรมสัตว์ มาตรา 382

2.ตรวจ สอบเอกสารการอนุญาตเคลื่อนย้ายช้างจากควาญหรือเจ้าของช้าง ความผิดตามมาตรา 34 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ โดยเคลื่อนย้ายสัตว์ไม่มีใบอนุญาตจากปศุสัตว์ท้องที่ (เพราะเราเชื่อว่า คงไม่มีปศุสัตว์ที่ไหน ออกใบอนุญาติเพื่อนำช้างไปเร่ขายอ้อยเดินถนนเป็นแน่แท้)

3. ตรวจสอบความถูกต้องของตั๋วรูปพรรณหรือการครอบครองลูกช้างโดยละเอียดเพื่อให้ แน่ใจว่าไม่ได้มีการนำลูกช้างป่ามาสวมทะเบียน ( สำหรับลุกช้าง อายุเพียง3ขวบ ซึ่งจริงๆเป็นวัยที่ยังคงต้องอยู่กับแม่และแม่รับ การติดตามหาแม่ช้าง คงไม่”ยาก”เกินไปนะครับ )

4. นำพรบที่เกี่ยวต่างๆมาร่วมพิจารณาเช่น พรบ.การสาธารณสุขพ.ศ.2535 ,พรบ.ทางหลวงพ.ศ.2535 ,พรบ.จราจรทางบกพ.ศ.2522

เรา คิดว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อจะติดตามการบังคับใช้ กฎหมายต่อกรณีอย่างเข้มข้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่ถูกต้องเหมาะสมในการการบริหารจัดการช้างและความเสื่อม ถอยด้านสวัสดิภาพสัตว์ของสังคมไทย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงให้นานาอารยะประเทศได้ตระหนักว่า แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ แต่จะไม่ยอมให้มีการทารุณช้างอันเป็นสัตว์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นช้างเลี้ยงหรือช้างป่า และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีการดำเนินการเรื่องเหล่านี้จนถึงที่สุด “มากกว่าการขอขมาช้าง.”

และ ณ ตอนนี้ หลังจากเจ้าของช้างทำพิธีขอขมาช้างเสร็จแล้ว
เราก็ยังไม่เห็นตัวควาญวัยรุ่นที่ก่อเหตุทั้งสอง ที่หายไปกับสายลม
…. ที่นี่ ประเทศไทย….

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

*อนึ่ง สามารถคลิกชมคลิปข่าวต่างๆได้ที่ตัวหนังสือสีแดงครับ *

Sep 012013
 
 Posted by at 4:32 am
Mar 132013
 

Thailands wants to check illegal ivory DNA and origin “if possible ?? “.
CITES should not accept this wording!!!.

CITES will allow ivory trade to continue in Thailand,no timeframe set to stop the trade?. “If possible” we think Cites logo needs a change.Here it is! The newest logo of CITES as a result of NOT stopping “legal” ivory trade in Thailand 😉 eecites

Feb 162013
 

Parade of shame: The elephants of Thailand forced to ride tricycles and steer with their trunks Parade of shame: The elephants of Thailand forced to ride tricycles and steer with their trunks

Parade of shame: The elephants of Thailand forced to ride tricycles and steer with their trunks Parade of shame: The elephants of Thailand forced to ride tricycles and steer with their trunks

As the country’s national symbol, you would expect the people of Thailand to show nothing but respect for their elephants.

But the once-majestic beasts are clearly still viewed by some as mere circus performers.

In this case, they have been trained to ride tricycles – and steer using their trunks.

Read more: http://www.dailymail.co.uk/news/article-1347944/Elephants-Thailand-forced-ride-tricycles-steer-trunks.html#ixzz2L26xdqAh
Follow us: @MailOnline on Twitter | DailyMail on Facebook

Read the full story here … http://www.dailymail.co.uk/news/article-1347944/Elephants-Thailand-forced-ride-tricycles-steer-trunks.html

Feb 122013
 

babyelephanttrade

” The beginning of a suffering life.” Where’s my mom? What’s my life coming to?

This one- half year-old baby elephant was chained alone in his stable. Stressed and wounded from training (Look at his neck.), he had no mother and nanny to look after or feed.

He was separated from his family and sold to an elephant camp to be trained. And his life will change forever. He?ll learn to paint, play football, ride a bike, anything that tourists always expect to see an elephant does, instead of being with his family, being fed by his mother and living his life the way a happy one- year-old baby should.

Elephants? family resemble human?s so much. A baby elephant will be nursed by his/her mother and a nanny (sometimes more than one) until he/she turns three or four. A baby will also have sisters, aunts, and grandmother to hang out with.

Sadly, most of the babies today, including this one didn?t get that chance. Cute little baby elephants are always in demand. One baby is cost at least one million Baht (about 33,000 USD). The smaller, the better. Sometimes when natural breeding can?t produce enough babies to supply the market. Buyers even order some babies from the wild and that means at least 2-3 adult elephants must die.

FYI, training means a lot of pain to an elephant. It?s totally different from training dogs or cats with some snacks and a little bit patience. You can train an elephant the same way you do to your pets, but it?s gonna take you years before the elephant learn to behave. Elephant camps or zoos who invest their one million on one baby can?t wait that long. So they use pain to control their elephants. Scared a baby and the baby will obey you for all their life.

By the way, Elephants age at the same rate as human. One-year-old elephant is not different from one- year-old human baby. Stealing a human baby from mother is a crime. Why is that acceptable when happens to an elephant?

If you find it unacceptable, please STOP supporting any circuses or elephant shows. Please be reminded that when you and your kid are smiling and enjoying the show, some other kids are crying for their mom.

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand.

Feb 032013
 

AAA news recommend :

ตร.ชุมพรจับ ” ตร.สงขลาใช้รถตู้ตราโล่( สตช.)” ลอบขนงาช้างมูลค่ากว่า 10 ล้าน !? ”
The ThaiPolice Captain caught with 20 elephant tusks !? ”
(ไทย /english below )

{ AAA Note : เมื่อ ตำรวจกระทำลักลอบขนงานช้างเสียเอง นอกจากเนื้อข่าวแล้ว
” สิ่งสำคัญที่น่าจับตา” เขาจะถูกดำเนินคดี? และ งาช้างมาจากไหน ? มันกำลังจะถูกส่งไปที่ไหน???จะมีการสาวไปถึงต้นตอหรือไม่ หรือก็เงียบไปเหมือนทุกครั้ง????

Question?? where these Ivory came from , who behind this trade? whose order ? and will this police get any punishment ? Thailand today the Ivory still sell every where , temple still used Ivory to make the amulet. }

ivory1

ตำรวจชุมพรจับตำรวจสงขลา ใช้รถตราโล่ลักลอบขนงาช้าง 20 กิ่ง มูลค่ากว่า 10 ล้าน ส่งนายทุนใหญ่ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชุมพร สลดถึงกับเปรยของกลางทั้งหมดต้องฆ่าช้างตาย 10 เชือก

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 พ.ต.ท.ฉลาด พลนาการ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองชุมพร ในฐานะหัวหน้าด่านตรวจบ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร นำกำลังตั้งด่านตรวจบริเวณด่านตรวจพละ ซึ่งเป็นด่านตรวจถาวรประตูภาคใต้ เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพ ติด สิ่งผิดกฎหมาย และปัญหาอาชญากรรม ระหว่างนั้น พบรถตู้โตโยต้าสีขาว ทะเบียน ฮภ 1050 กรุงเทพมหานคร ที่ประตูทั้ง 2 ข้างติดตราโล่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บนหลังคาติดสัญญาณไฟไซเรนสีแดง ขับมาลักษณะมีพิรุธ จึงขอตรวจสอบ ทราบคนขับชื่อ ร.ต.อ.สมควร บัวไสว อายุ 46 ปี รอง สว.สส.สภ.สะเดา จ.สงขลา ที่เอวพกอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อบาเร็ตต้า พร้อมกระสุนในรังเพลิง 11 นัด และบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ ระบุยศตำแหน่งสังกัด สภ.สะเดา จ.สงขลา

ตรวจสอบภายในรถพบมีขวดเครื่องดื่มบำรุง 2 ขวด เสื้อคลุมแจ็กเกตติดตราโล่ตำรวจ 1 ตัว บริเวณที่วางเท้าเบาะนั่งด้านหลังในสุด พบถุงปุ๋ยห่อมัดมาอย่างดีวางอยู่ เมื่อเปิดดูภายในมีงาช้างขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว ยาวกว่า 1 เมตร จำนวน 10 คู่ รวม 20 กิ่ง ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองผิดกฎหมาย โดยที่โคนของงาช้างทั้งหมดไม่มีร่องรอยการตัด แต่มีลักษณะเหมือนดึงถอนออกมาจากช้างที่ถูกฆ่าตายแล้ว เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุม ร.ต.อ.สมควรไปสอบสวนขยายผล

ต่อมา พล.ต.ต.เอิบ คงกล่ำ ผบก.ภ.จ.ชุมพร ได้เดินทางมาสอบสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นระดับนายตำรวจด้วยตนเอง และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จากการจับกุมในครั้งนี้เพราะตำรวจพบว่ารถตู้ตราโล่ของตำรวจคันดังกล่าว ไม่ได้ติดเอกสารทางราชการไว้ที่หน้ารถแสดงให้เห็นชัดเจน เนื่องจากหากนำรถออกมาใช้ในราชการนอกพื้นที่จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้เข้มงวดในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางรายนำรถตราโล่ไปกระทำผิดกฎหมาย และตนได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบเข้มงวดกับเรื่องดังกล่าวจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจนำรถตราโล่ลักลอบทำผิดกฎหมายดังกล่าวได้

พล.ต.ต.เอิบ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน ร.ต.อ.สมควร บัวไสว รอง สว.สส.สภ.สะเดา จ.สงขลา ผู้ต้องหาในเบื้องต้นอ้างว่า ได้รับจ้างลักลอบขนงาช้างจำนวน 10 คู่ รวม 20 กิ่ง มาจากชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน จ.สงขลา ซึ่งเป็นงาช้างลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยงาช้างดังกล่าวซื้อขายภายในประเทศมีราคาคู่ละกว่า 1 ล้านบาท รวม 10 คู่ มีมูลค่าสูงถึงกว่า 10 ล้านบาท เพื่อไปส่งให้นายทุนในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยอาศัยใช้รถตู้ตราโล่ของตำรวจลักลอบขนเพื่อความสะดวกในการเดินทาง จนกระทั่งมาถูกตำรวจด่านตรวจบ้านพละจับกุมได้ดังกล่าว

?ขบวนการลักลอบค้างาช้างถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจกับปัญหาดังกล่าว เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ การที่ตำรวจจับงาช้างได้ในครั้งนี้ 10 คู่ จำนวน 20 กิ่ง จะต้องฆ่าช้างถึง 10 เชือกเลยทีเดียว? พล.ต.ต.เอิบ อ่วมถนอม ผบก.ภ.จ.ชุมพร

หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุม ร.ต.อ.สมควร พร้องของกลางงาช้างส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา มีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้าง) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติกรรมตามกฎหมายต่อไป

Police Captain caught with 20 elephant tusks on the way from Southern provinces

The scandal about the police colonel that was caught hunting for protected wildlife in a national park has not blown over yet, or another scandal has emerged. On the 2nd of February the provincial police of Chumporn (Patui district) stopped a police captain in an official vehicle belonging to the Sadao district police in Songhkla province with about 400 kilos of elephant tusks on board on the highway from the Malaysian border towards Bangkok. The police captain had no legal paperwork for the tusks in his possession, but claimed at first it was ?just? local ivory of domesticated elephants. The trade in ivory within the country is legal in Thailand if it is from domestic elephants. Chumporn police however did not believe his story and found out contradicting stories during interrogation. The police captain later admitted he smuggled the tusks in from Malaysia.

The police captain risks to be immediately expelled from the police-force according to the Songkhla provincial police chief, Police Major-General Suwit Chuensiri, especially given the tight evidence found and seriousness. The police captain could be prosecuted for smuggling and possession of wildlife (parts) and theft of the minivan belonging to the state. The total value of the ivory in this bust is estimated at US$ 330,000.- (estimated by authorities).

We will have to further monitor the case, as several questions remain;
will he be prosecuted?
Where did the ivory originate from?
Where was it supposed to be delivered?

link :
http://www.thairath.co.th/content/region/324240
http://www.wfft.org/wildlife-trade/police-captain-caught-with-20-elephant-tusks/

Dec 122012
 
babyelephanttrade2
แม่หนูอยู่ไหน?? และชีวิตหลังวันนี้หนูจะต้องเจออะไร?

ภาพลูกช้างอายุ 1 ขวบ ที่ต้อง นอนเดียวดาย? ปราศจากแม่หรือแม่รับ? ตามที่พฤติกรรมทางสังคมและความเป็น?ครอบครัว?ของ ช้างพึงกระทำ สิ่งที่ลูกช้างอายุ1ขวบ ต้องการ คือ แม่ หรือ แม่รับ ที่คอยดูแล ไม่ใช่ การเตรียมตัวตีตรวน
หรือ กักขังในคอกแคบๆเพื่อเตรียมรอฝึก หรือ เพียงแค่เตรียมไว้เพื่อเรียกรอยยิ้มจากมนุษย์
การพรากแม่ หรือ พรากพฤติกรรมทางสังคมช้าง อันเป็นการทารุณกรรมเงียบอันโหดร้ายนี้ นี้เกิดขึ้นตลอดในประเทศไทย เพื่อตอบสนองเม็ดเงินในธุรกิจท่องเที่ยว

ทั้งที่ พฤติกรรมช้างจะอยู่กับแม่กินนมจนถึงอายุระหว่างสาม ถึง สี่ขวบ บางเชือกก็หย่านมเร็ว บางเชือกถ้าแม่ยังไม่ตั้งท้อง ก็จะให้ลูกดูดนมไปจนถึงสี่ขวบ แต่บางตัวน้ำนมจะหมดแล้วลูกช้างยังเพียรที่จะกินนมแม่ด้วยความเคยชิน นี่คือพฤติกรรมที่แท้จริงของช้าง

แต่ ข้อเท็จจริงอันน่าเศร้าและเป็นความทรมานของช้างทุกวันนี้ ลุกช้างถูกแยกจากแม่ (จริงๆ) เร็วขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อขายภาพความน่ารักน่าเอ็นดูในวัยไร้เดียงสา เพราะลูกช้างวัยนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กเล็กๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรมาก ลูกช้างจะถูกซื้อขายแยกจากแม่ ซึ่งทำราคาถึง ตัวละ1ล้านบาทขึ้นไป หรือให้เช่าเพื่อไปอยู่ตามปางท่องเที่ยวต่างๆ หรือสวนสัตว์ หรือเดินขอทานตามถนน (เพราะเคลื่อนย้ายง่าย ) และด้วยความที่ลูกช้างคือตัวดึงดูดนักท่องเที่ยว และราคาซื้อขายเป็นเงินมหาศาล จึงเกิดการล่าลุกช้างจากประเทศเพื่อนบ้านและลักลอบนำเข้ามาตามขอบชายแดน เพื่อนำมาเปลี่ยนจาก ? ตัวกลายเป็นเชือก ? ต่อไป และ ? ทุกวันนี้ยังคงมีอยู่ ?

ช้างมีอายุเทียบเท่าคน และมีพฤติกรรมทางสังคมครอบครัว ไม่ต่างจากคน นี่ไม่ต่างจากการเอาเด็ก 1 ขวบ แยกจากแม่และครอบครัวมาเตรียม การนำมาใช้งาน และพอลุกช้างอายุมากขึ้น เริ่มมีการขัดขืน ก็จะเริ่มทำการฝึกหัด ต่างๆที่เป็นการทารุณกรรม (มัดตรึง ?ตะขอสับ ?ตะปูทิ่ม ?อดอาหาร ) เพื่อสุดท้ายชีวิตทั้งชีวิตก็ต้องจมอยู่ในการทำงานตอบสนองเม็ดเงินให้มนุษย์นายทุนต่อไป

นี่คือสิ่งที่ช้างในประเทศไทยต้องประสบ และเป็นสิ่งที่คุณจะต้องสอนลูกหลาน เวลาพาเค้าไปดูสิ่งเหล่านี้ เพราะทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ต้องแลกมาเพื่อรอยยิ้มของคน

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand

Nov 272012
 
buriedbonesฆ่าช้างเพื่อเอางาในประเทศไทย ! ซากช้างถูกฆ่าในบ้านตัวเอง อีกกี่ครั้งถึงจะมีการแก้ไขที่ ” ต้นเหตุ ” ??เราขอถามแทนสัตว์ที่ถูกกระทำในผืนป่า ในบ้านของตัวเอง อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี สัตว์ในผืยป่าถึงจะได้รับการปกป้องอย่างแท้จริงเสียที ? นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตราบใดที่เรายังมองไม่เห็นความชัดเจนในการป้องปราม เราจะต้องพบกับเรื่องปลายเหตุแบบนี้ต่อไป ??

จากกรณีล่าสุด ที่น่าสะเทือนใจกับการสูญเสียมรดกของประเทศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ และนายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ตรวพบซากช้างป่า ? ที่เจอตัดงาไปแล้ว ? ที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว คาดว่าถูกพรานฆ่าและทิ้งซากศพไว้บริเวณดินโป่งแหล่งอาหารของสัตว์ป่า โดยอยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าซำบอน อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ประมาณ 1 ก.ม. ? พบซากช้างอยู่ในสภาพเน่าสลายประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ ?

ที่สำคัญ บริเวณส่วนกะโหลกช้างพบร่องรอยการใช้ของมีคมตัดเอางาที่อยู่เหนือฟันกรามทั้ง 2 ข้างไป แต่ไม่พบอาวุธหรือร่องรอยหัวกระสุน คาดว่านายพรานน่าจะดักรอซุ่มยิงช้างขณะมาหากินดินโป่ง และคาดว่าน่าจะตายมาไม่ต่ำกว่า 2 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมซากและนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่ทำการอุทยานฯ พร้อมทำบันทึกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว เพื่อติดตามหาผู้กระทำผิดในภายหลัง.

นี่คือการตั้งคำถาม อุทยานแห่งชาติของประเทศไทย ที่แม้แต่คนทั่วไปเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปยังผิดกฎ แต่กลุ่มพรานแบกปืนพร้อมอุปกรณ์สนามเข้าป่าได้ ? และแถมออกมาได้ (พร้อมงาเปื้อนเลือด ) อย่างลอยนวล ทิ้งไว้เพียงซากที่ฝังกลบ จนกว่าจะพบก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน? นี่เฉพาะที่ค้นพบและเป็นข่าว ที่ผ่านมามีสัตว์อีกจำนวนมากที่ไม่เป็นข่าวที่ถูกลักลอบฆ่า-ล่าออกอย่างไม่หยุด แม้จะสุดท้ายจะเจอจับขณะทำการค้า ? บ้าง ?

ขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ซากช้างป่าดังกล่าวเกิดการย่อยสลายนานพอสมควรแล้ว จึงเชื่อว่าเกิดจากการไล่ล่าของพรานก่อนหน้านี้ที่เคยเข้าไปล่ากระทิงและช้างป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โดยขณะนี้กรมอุทยานฯ กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อวางแผนลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้หาข่าวในพื้นที่ว่าเป็นการกระทำของขบวนการใด ซึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของพรานที่ทำเป็นขบวนการ

นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ประสิทธิภาพในการ ? ป้องปราม ?ผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าอยู่ที่ไหน? และตราบใดที่กฎหมายการควบคุมการค้า งา ? ซากสัตว์ ยังไม่ถุกแก้ไข ให้เข้มข้นจริงๆ เรายังเห็นการค้างาแปรรุปได้ทั่วไปในประเทศไทย ทั้งที่นั่น คือ ? ความต้องการอันสำคัญที่เอื้อให้เกิดใบสั่งฆ่าและทารุณกรรม ? แต่ไร้ข้อห้ามที่ชัดเจน รวมทั้งที่ผ่านมา งานสืบสวน และการบังคับใช้ยังมี ? ลูกกเกรงใจ หรือ เอื้อประโยชน์ ? ซากสัตว์ป่าและ สัตว์เป็นๆ เหล่านั้นตกมาอยู่ในมือของพ่อค้าที่หวังค้ากำไรมาอย่างไม่มีวันหยุด สัตว์ป่าในธรรมชาติที่ผ่านมามีแต่ลด ส่วนสัตว์ป่าที่ถุกเพาะเลี้ยงเอง ก็ถุกหาประโยชน์และริดรอนสวัสดิภาพอันเป็นการทารุณกรรม และไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนในการควบคุมหรือเอาผิด

อำนาจที่อยู่ในมือหน่วยงานถึงเวลาต้องทบทวน ระเบียบการเข้าอุทยานมันมีช่องโหว่? หรือ ประเทศเรามีช่องโหว่ที่เอื้อให้พรานเดินท่องเข้าไปเงียบๆมากเกินไป? หรือเรามีหน่วยงานพิทักษ์ป่าไม่เพียงพอ? ( แต่มักจะถุกเกณฑ์นำออกจากป่ามาทำงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ หรือ ? ตรงข้ามกับหน้าที่ ? ก็หลายที? ) หรือการไม่มีกฎหมายชัดเจนในการควบคุมสวัสดิภาพสัตว์ป่าใน ป่าเลี้ยงดูของมนุษย์ นี่ เป็นความบกพร่องของใคร? การประชุมไซเตสในปี 2013 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เราคิดว่า หลายๆประเทศ ? คงต้องการคำตอบแทนสัตว์เหมือนเรา ?

Animal Activist Alliance (AAA) Thailand
( ภาพต้นฉบับ และเนื้อข่าว จาก ข่าวสดออนไลน์ )
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU16WTNNREV5TWc9PQ%3D%3D&subcatid